neizod's speculation

insufficient data for meaningful answer

เล่าเกม Civilization 5 ผ่านชัยชนะทางศิลปวัฒนธรรม

Saturday, August 22, 2015, 12:11 PM

นั่ง (นอน) เล่น Civ V: BNW แบบ 12 ชั่วโมงติด ละเห็นเค้าชอบเขียนบรรยายเกมเพลย์กัน เลยลองมั่งๆ :P

ประเทศบราซิลในเทิร์นที่ 299

ประเทศบราซิลที่เพิ่งสร้าง :p

คือก็คิดว่าส่วนตัวนี่เล่น Civilization มาเยอะพอตัวประมาณหนึ่งนะ (ภาคนี้ภาคเดียวปาไป 150 ชั่วโมงละ) แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านๆ มามีแต่เล่นเกรียนไง ตั้งค่าคอมไว้ง่ายๆ เล่นกันแค่ 2 ฝ่ายเพื่อไล่เก็บ achievement ไรงี้ เลยคิดว่าครั้งนี้ควรตั้งใจเล่นจริงจังเสียที

พอคิดได้ดังนั้น เลยมาไล่ลิสต์ว่าผู้นำคนไหนยังไม่เคยลองเล่นบ้าง ก็มาสะดุดตากับ Pedro II หรือจักรพรรดิเปดรูที่ 2 แห่งบราซิล (ไม่ได้อ่านว่า “เพ็ดโด้” นะ) โดยความสามารถพิเศษประจำตัว คือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็นสองเท่า เมื่อประชาชนมีความสุขอย่างล้นเหลือจนชาติเข้าสู่ยุคทอง และช่วงนี้ศิลปินเอกจะเกิดเร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย

ฟังดูไม่เลวนะ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เกมๆ นึงจะมียุคทองได้อย่างเก่งก็ 10 ครั้ง ครั้งแรก 10 เทิร์นแล้วครั้งต่อไปจะลดลงเรื่อยๆ รวมแล้วคิดว่าถ้าเล่นแบบเร็ว คงมียุคทองประมาณ 60-70 เทิร์น จากตาเดินทั้งหมด 330 เทิร์น (ประมาณ 1/5) เองแฮะ

ดีดลูกคิดดูซักพักแล้วก็โอเค ยังอยู่ในเกณฑ์รับได้ เพราะถ้าจำไม่ผิด ช่วงท้ายๆ เอาศิลปินเอกออกมาเรียกยุคทองแทนได้ ไม่ต้องรอความสุขจากประชาชนอย่างเดียว ก็เอาเป็นว่าตกลงปลงใจ เตรียมตัวลุยชนะสายศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมเนี่ยแหละ

ต่อมาก็เซ็ตอัพโลก เนื่องจากอยากเจอความท้าทายหน่อยๆ อยู่แล้ว ก็เลือกความยากระดับ king (โหดกว่าธรรมดา 1 ระดับ) ใช้โลกขนาดเล็กที่มี AI คู่แข่ง 5 ทีม ส่วนแผนที่ที่ใช้ เนื่องจากไม่อยากออกแรงทหารเท่าไหร่ เลยเลือกแบบหลายๆ ทวีป เพื่อที่จะได้ไม่ต้องโดนสงครามอีรุงตุงนังกับทุกประเทศเร็วเกินไปนัก (กะว่าช่วงแรกจะใช้นโยบายปิดประเทศนั่นแหละ 555)

เริ่มเกมมาได้ตำแหน่งค่อนข้างดี ตั้งเมืองหลวงไว้ติดทะเลและมีแม่น้ำไหลผ่านเลย ส่งทหารออกไปสำรวจ ซักพักก็พบว่าทวีปที่อยู่นี้ รูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมปิธากอรัส 3:4:5 ที่มีมุมแหลมสุดชี้ไปยังทิศตะวันตก อีกมุมชี้ไปทิศเหนือ ส่วนมุมฉากชี้ลงทางทิศใต้ โดยบราซิลอยู่กลางๆ ของชายฝั่งทิศตะวันตก เกาหลีอยู่กลางๆ ชายฝั่งทิศตะวันออก และกรีซอยู่ชายฝั่งทิศใต้ด้านล่างลงไปจากเกาหลีพอดี

เห็นดังนี้เลยรีบใช้ค่าวัฒนธรรมซื้อคนตั้งฐานมาสร้างเมืองใหม่ที่ฝั่งตะวันออกของทวีป เพราะถ้าปล่อยช้าไปเกาหลีต้องขยายแผ่นดินจนปิดทางออกสู่ทะเลอีกด้านแน่นอน

เหมือนว่ากรีซก็คิดได้เช่นเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าพี่ท่านไปเอาทรัพยากรมาจากไหนเยอะแยะ จึงสามารถตั้งเมืองกินพื้นที่ทางตอนใต้ของทวีปเพิ่มมาอย่างรวมเร็วถึง 2 เมือง! แถมไม่พอ กรีซยังประกาศสงครามกับบราซิล แล้วยกกองทัพนับโหลมาปิดเมืองหลวงริโอเดจาเนโรอีก เรียกได้ว่าถ้าเสียเมืองนี้ไป กรีซก็จะคุมพื้นที่ทวีปนี้แบบเบ็ดเสร็จทีเดียว

โชคดีที่ระหว่างการสำรวจโลกอันกว้างใหญ่ บราซิลได้สร้างสัมพันธมิตรกับนครรัฐไว้เยอะ เลยบอกประชาชนว่าอย่าตกใจ ถึงจะมีระเบิดบ้างก็ไม่เป็นไร ตั้งหน้าตั้งตาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกกันดีกว่า อย่ามาเสียเวลาฝึกทหารใหม่เลย ปล่อยให้นครรัฐเพื่อนบ้านทั้งหลายตีท้ายครัวกรีซจนเศรษฐกิจย่อยยับก็พอ วะฮะฮะฮ่า

เพียงไม่กี่เทิร์นหลังจากนั้น กองทัพกรีซอันเกรียงไกรก็มลายสูญสลายหายไปจนหมด บราซิลเห็นจังหวะเหมาะ เลยใช้กองทัพกากๆ ทั้งหมดที่มี 4 กองโต้กลับ โดยปล่อยให้เพื่อนๆ นครรัฐเปิดฉากยิงธนูไฟใส่ทำลายกำแพงเมืองกรีซก่อน แล้วอาศัยจังหวะ last shot เข้ายึดเมืองโดยแทบไม่ต้องเสียเลือดเนื้อทหารตัวเอง

ศักดิ์ศรีของกรีซที่สั่งสมมาหลายพันปี ได้พังทลายสิ้นลงในพริบตา อเล็กซานเดอร์คงเห็นแล้วว่าถ้ายังดึงดันต่อไป สุดท้ายได้แพ้ทั้งสงครามไม่ใช่แค่สนามรบเพียง 2 แห่งนี้แน่ๆ จึงยอมยกธงขาว ขอสงบศึกโดยยกทรัพยสินมีค่าและเมืองให้อีกหนึ่ง

จุดเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้บราซิลพลิกกลับขึ้นมาเป็นผู้ครองทวีปทันที ในขณะที่เกาหลีนั้นเพิ่งจะผลิตคนตั้งฐานคนแรกออกมาได้ แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะบราซิลขยายพื้นที่จนปิดเส้นทางไว้หมด

เมื่อเป็นดังนี้แล้ว เกาหลีจึงรีบพัฒนาวิทยาศาสตร์อย่างเต็มกำลัง เพื่อจะได้ล่องเรือเปิดโลกกว้างสร้างเมืองใหม่ บราซิลเห็นโอกาสในวิกฤตนั้น เลยยอมเจรจาเปิดพื้นที่ให้คนตั้งฐานของเกาหลีเดินผ่านดินแดนของตนค้นหาพื้นที่สร้างเมืองได้ เพื่อป้องกันการที่เกาหลีออกไปพบปะชาติใหม่ๆ ในอีกทวีปที่ห่างไกลออกไป

พร้อมกันนั้น บราซิลก็ส่งสายลับคนแรกออกไปขโมยความลับการล่องเรือจากเกาหลีมาด้วย แม้ความรู้พื้นฐานจะไม่เพียงพอที่จะขโมยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่างการดูดาวและต่อเรือมาได้ แต่จากความพยายามนั้น ก็ทำให้บราซิลฟื้นตัวจากสงครามอย่างรวดเร็ว กลับมาไล่ตามความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ทันโลก

แต่เพียงไม่นาน กรีซก็สร้างเมืองใหม่ได้อีกครั้ง (ได้ก่อนเกาหลีเสียอีก!) พร้อมกับเริ่มเคลื่อนกำลังทหารจนสังเกตได้ เมื่อบราซิลเลยส่งสายลับไปดูแล้วก็ต้องอึ้งกับผลลัพธ์ เพราะว่ากรีซกำลังสร้างพระราชวังต้องห้ามที่ขณะนี้บราซิลก็กำลังสร้างอยู่เช่นกัน

บราซิลตัดสินใจเดิมพันหมดหน้าตัก ใช้กำลังเงินและกำลังคนทั้งหมดเพิ่มผลผลิตอย่างเต็มที่ พร้อมกับส่งกองทัพกากๆ 4 ตัวเดิมนั่นแหละไปเปิดศึกกับกรีซที่เริ่มกลับมาสะสมทหารอีกครั้ง ต่างไปที่การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทำลายทหารหรือเข้ายึดเมือง แต่กลับเป็นการวิ่งเข้าไปเผาทำลายพื้นที่ทำมาหากินและโรงงานทั้งหลายรอบๆ เอเธนส์เมืองหลวงกรีซ เพื่อที่จะได้ชะลอการสร้างพระราชวังต้องห้าม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการมีส่วนในเวทีโลก ผลสุดท้ายแม้บราซิลจะสูญเสียทหารทั้งหมดที่มีเพื่อแลกกับพระราชวังนั้น แต่กรีซก็ยอมสงบศึกแต่โดยดีไม่มีภาระผูกพันธ์กันอีกต่อไป

เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบอีกครั้ง ก็ได้เวลาที่บราซิลจะส่งเรือออกไปสำรวจโลกเสียที แต่ไม่ทันที่จะได้พิสูจน์ว่าโลกกลม ชาวเคลต์จากอีกทวีปก็ส่งนักบวชแล่นเรือมาทักทายถึงถิ่น พร้อมกับประกาศตั้งสภาโลกเนื่องจากได้พบกับชนชาติอื่นครบหมดแล้ว

โชคดีมากที่บราซิลสร้างพระราชวังต้องห้ามเสร็จทันเวลา จนมีเสียงโหวตในสภามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ชาวเคลท์ (เจ้าภาพสภา) และบราซิล (เสียงมากสุด) ได้เป็นผู้ยื่นมติเข้าสู่สภา แน่นอนว่าบราซิลยื่นร่างกฎหมายว่าด้วยการสนับสนุนทุนด้านวิจิตรศิลป์ แม้จะเกิดแรงต้านและต้องขัดใจบางประเทศไปบ้าง แต่สุดท้ายก็สามารถผ่านกฎหมายดังกล่าวได้อย่างราบรื่น

ความยุติธรรม(?)อย่างหนึ่งของสภาโลก คือทุกประเทศมีสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพหากได้รับเสียงสนับสนุนสูงสุด ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่ล่องเรือสำรวจพบประเทศอื่นทุกประเทศก่อนเสมอไป วาระที่สองของการประชุม จึงว่าด้วยการเลือกเจ้าภาพสภาสำหรับวาระหน้าทันที

แม้บราซิลจะครองเสียงมากที่สุดในสภา แต่การโหวตให้ตนเองได้เป็นเจ้าภาพนั้น อาจไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าซักเท่าไหร่ เพราะประเทศที่มีเสียงโหวตสูงรองลงมา อาจเป็นชาติที่เป็นหอกข้างแคร่คอยยื่นมติขัดผลประโยชน์กันได้

ประเทศแรกที่ตัดตัวเลือกทิ้งได้ทันที คงหนีไม่พ้นกรีซที่ทำตัวรุงรัง ชอบสะสมกำลังทหาร แถมยังมีเมืองอยู่ใกล้กันจนอาจกลับมามีอำนาจได้

สองประเทศต่อมาที่ตัดทิ้งไปได้อีก คือ จีนและอินเดีย เนื่องจากจีนนั้นเน้นใช้กำลังทหารเป็นหลัก และอินเดียก็กำลังเพลี่ยงพล้ำเสียเมืองหลวงให้แก่จีนอยู่รอมร่อ

ส่วนชาวเคลท์นั้น แม้จะเป็นเจ้าภาพปัจจุบันที่มีเสียงสูงเป็นอันดับสอง ทั้งยังมุ่งเน้นเป้าหมายทางศิลปวัฒนธรรมเช่นเดียวกันกับบราซิล แต่ด้วยเป้าหมายใหญ่ที่เหมือนกันมากเกินไป แต่มีรายละเอียดปลีกย่อย (เช่น ศาสนา) ที่แตกต่างกัน ทำให้ชาวเคลท์ถูกตัดออกจากตัวเลือกตามไปอีกราย

เกาหลีจึงกลายมาเป็นเจ้าภาพสภาโลก โดยที่บราซิลยังรักษาตำแหน่งเสียงสูงสุด และสามารถยื่นมติต่างๆ เข้าสภาได้โดยไม่ต้องกังวลกับการสอดใส้มติที่จะทำให้ชาวเคลท์ได้เปรียบเกินหน้าเกินตาไป

และแล้วโลกก็เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ชาวเคลท์ที่ร่ำรวยวัฒนธรรมเพราะสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ทั้งหลาย ก็พัฒนาตนเองจนได้เลือกอุดมการณ์เป็นชาติแรก และเลือกหนทางแห่งความมีระเบียบวินัย บราซิลเลยโอนอ่อนยอมเป็นประเทศที่มีระเบียบตาม โดยหวังเป้าหมายสุดท้ายที่เสียงสนับสนุนในสภาโลก และโบนัสนักท่องเที่ยวจากชาติที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

พร้อมกันนั้น บราซิลก็แอบไปตกลงนอกรอบกับมวยรองบ่อนอย่างจีนเพื่อทำวิจัยร่วมกัน กอปรกับสายลับพิเศษที่ทำหน้าที่ขโมยเทคโนโลยีมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เทคโนโลยีของบราซิลนั้นก้าวหน้าเหนือกว่าชาติอื่นๆ ในทันที

ขณะนี้ บราซิลมีทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว ทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า นครรัฐพันธมิตรจำนวนมาก ที่นั่งสำคัญในเวทีโลก กฎหมายส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม กฎหมายขึ้นภาษีทหาร กฎหมายศาสนาโลก จะขาดก็เพียงแต่สิ่งมหัศจรรย์ทางศิลปะที่สร้างแข่งกับชาวเคลท์ไม่ทันเสียที

บราซิลจึงเร่งขยายเส้นทางค้าขายทางเรืออย่างหนักหน่วง พร้อมทั้งใช้ค่าวัฒนธรรมออกบัญญัติการสร้างอาคารในราคาถูก เมื่อหมดกังวลกับการสร้างอาคารยิบย่อยอย่างโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจแล้ว บราซิลก็สามารถเร่งมือสามารถสร้างหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โรงอุปรากร และบรอดเวย์ได้สำเร็จก่อนใคร

เมื่อถึงยุคที่ต้องเลือกเจ้าภาพครั้งใหม่ บราซิลจึงเทคะแนนให้ชาวเคลท์ที่มีเป้าหมายใหญ่เดียวกันขึ้นมาเป็นเจ้าภาพ เพราะได้ผ่านกฎหมายต่างๆ ที่ส่งผลดีกับบราซิล แต่ไม่เข้าท่าสำหรับชาวเคลท์ไปหมดแล้ว

แต่การเผยแพร่วัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากชาวเคลท์นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากเมืองของชาวเคลท์ทั้งหมดนั้น ต่างตั้งอยู่ใจกลางทวีปประหนึ่งว่าเป็นโรคกลัวน้ำ แถมค่าวัฒนธรรมและนักท่องเที่ยวยังนำหน้าบราซิลไปเสียลิบลิ่ว

โชคดี (รอบสอง) ที่กรีซนั้นดันไปตั้งเมืองใหม่ริมทะเลใกล้ๆ กับเมืองเดิมของชาวเคลท์ ด้วยความสัมพันธ์อันดีจากการออกเสียงให้ชาวเคลท์เป็นเจ้าภาพสภา และชื่อเสีย(ง)สุดเลื่องลือในด้านการทำสงครามของกรีซ บราซิลจึงชวนชาวเคลท์ประกาศสงครามกับกรีซเสียเลย เพียงไม่กี่เทิร์นให้หลัง เรือสินค้าจากบราซิลก็ล่องเข้าไปทำธุรกิจและเผยแพร่วัฒนธรรมยังถิ่นอาศัยของชาวเคลท์ที่มีชื่อเมืองแบบกรีซเรียบร้อย

พอบ้านเมืองกลับมาสงบอีกครั้ง บราซิลจึงทุ่มกำลังการผลิตทั้งหมดที่มี จนได้เป็นเจ้าภาพทั้งงานแฟร์โลกและงานกีฬานานาชาติ เมื่อบวกกับงานศิลปะทั้งหลายในพิพัธภัณฑ์และโรงละคร ยุคทองอันยาวนานจากศิลปินเอกที่ออกมาสร้างผลงานเรื่อยๆ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกเสพวัฒนธรรมได้อย่างง่ายดาย และการเจาะจงทัวร์คอนเสิร์ตกลางทะเลชาวให้เคลท์ตั้งสองรอบ บราซิลก็ได้รับชัยชนะทางศิลปวัฒนธรรมในโลกวิไลซ์แห่งนี้

จบที่ 299 เทิร์น (เซฟไฟล์เผื่อใครอยากดูรายละเอียด)

ป.ล. อินเดียโดนจีนตีแตกไปตั้งแต่ช่วงลงมติหลังได้เจ้าภาพรายใหม่ ส่วนเกาหลีก็แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย รู้สึกเหมือนเหลือเล่นกันแค่ 4 ฝ่าย … สงสัยคราวหน้าต้องเพิ่มขนาดแผนที่ซะละ

Originally posted on: Facebook