neizod's speculation

insufficient data for meaningful answer

ความคิดของเรา ความคิดของใคร?

Sunday, September 2, 2018, 09:14 PM

เชื่อว่าเราคงผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง กับประโยคที่ว่า “ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง” หรือ “ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน” ถึงแม้ประโยคเหล่านั้นจะมีใจความไปในทางไม่สร้างสรรค์ซักเท่าไหร่ก็ตามที แต่หากพิจารณาดูให้ดีจะพบกับคำถามที่ยากยิ่งที่จะตอบที่สุดคำถามหนึ่ง นั้นก็คือ “ความคิดของเราเป็นความคิดของใครกันแน่?”

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่แว๊บแรกเราอาจตอบคำถามนี้ได้ในทันที ความคิดของเราก็ต้องเป็นของเราซี่ นี่ไงเรากำลังคิดอยู่ ไม่ได้มีใครมาคิดแทนเรา แล้วมันจะเป็นความคิดของคนอื่นไปได้ยังไงกัน

แต่เราก็ไม่ควรลืมว่า เราอาจโดนใครบางคนชักนำสร้างสถาณการณ์เพื่อให้เราคิดอย่างที่เค้าต้องการก็ได้ เช่นพนักงานขายที่จูงใจให้เราซื้อของแม้จะไม่ต้องการ อาจเป็นฝ่ายหนึ่งในชีวิตคู่ที่คอยปั่นหัวเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการจากอีกฝ่าย หรือเป็นได้แม้กระทั่งกลุ่มคนที่สร้างพร็อพพาแกนดาเพื่อเปลี่ยนทัศนคติบางอย่างในสังคม

ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไปในชีวิตของเราแล้ว จะพบว่าสภาพแวดล้อมต่างๆ มีส่วนต่อการพัฒนาความคิดของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องผู้ปกครองเพื่อนบ้านและคุณครู ถึงแม้จะไม่มีความคิดของใครเพียงคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อความคิดเราทั้งหมดก็ตามที แต่เราก็ต่างประกอบขึ้นมาจากความคิดของคนอื่นทั้งนั้น

ถึงตอนนี้บางคนอาจสิ้นหวังและทำตัวขวางโลกไปเสียหมด เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงออกว่าตนมีความคิดเป็นของตัวเองไม่ได้ลอกเลียนใครมา … ซึ่งก็อาจจะทั้งถูกและไม่ถูก เพราะเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าความคิดที่จะขวางโลกนั้นเป็นของเราจริงๆ?

(และคิดการขวางโลกก็อาจไม่ช่วยแก้ไขให้สิ่งที่เป็นอยู่ดีขึ้นได้ด้วยซ้ำ บางครั้งก็กลับทำให้เรื่องราวต่างๆ แย่ลงเพียงเพราะการยึดติดในอัตตาว่าต้องไม่เหมือนใคร)

คำถามจริงๆ จึงอาจไม่ควรเป็น “ความคิดของเราเป็นของใคร?” ที่หลักฐานทั้งหลายก็ต่างชี้ไปว่ามันมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ใช่ของเรา แต่เปลี่ยนคำถามไปเป็น “เรามั่นใจในความคิดของเราได้แน่หรือ?” ที่ท้าทายให้เราคิดไตร่ตรองดูอีกรอบและอีกรอบ ทบทวนความคิดจากหลายมุม คำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจตามมา … ไม่ใช่เป็นเพียงการคล้อยตามความคิดคนอื่นไปเสียทั้งหมด หรือสักแต่จะขวางโลกโดยไม่รับฟังข้อโต้แย้ง

เพราะถึงแม้ความคิดของเราจะไม่ใช่ของเราเลยก็ตามที แต่ถ้าความคิดนั้นจะส่งผลช่วยให้ตัวเรา/สังคม/โลกให้ดีขึ้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะยอมรับมันไม่ใช่หรือ?